กบน.กำหนดอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ เริ่ม 1 พ.ย. ชดเชยดีเซล 3.90 บาทต่อลิตร
ประกาศ กบน.ฉบับที่ 181/2569 กำหนดเงินชดเชยดีเซล 3.90 บาทและ B20 5.82 บาทต่อลิตร มีผล 1 พฤศจิกายน เป็นอัตรากองทุน ไม่ใช่ประกาศราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชุดใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยกำหนดเงินชดเชยดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ 3.90 บาทต่อลิตร และดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่ 5.82 บาทต่อลิตร
อัตราดังกล่าวอยู่ในประกาศฉบับที่ 181 พ.ศ.2569 ลงวันที่ 30 ตุลาคม ซึ่งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเผยแพร่พร้อมเอกสารฉบับเต็ม ประกาศให้ยกเลิกฉบับที่ 178 ลงวันที่ 29 ตุลาคม และกำหนดอัตราสำหรับน้ำมันที่ผลิตในประเทศกับน้ำมันนำเข้าเพื่อใช้ภายในประเทศในระดับเดียวกัน
อัตราสำคัญตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน
| ชนิดน้ำมัน | ส่งเข้ากองทุน บาท/ลิตร | รับเงินชดเชย บาท/ลิตร |
|---|---|---|
| เบนซิน | 7.81 | ไม่มี |
| แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 | 0.35 | ไม่มี |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 0.22 | ไม่มี |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | ไม่มี | 1.32 |
| ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา | ไม่มี | 3.90 |
| ดีเซลหมุนเร็ว B20 | ไม่มี | 5.82 |
| ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาพรีเมียม | 1.50 | ไม่มี |
ตัวเลขกองทุนต่างจากราคาที่ผู้ใช้รถจ่าย
จำนวนเงินในประกาศเป็นอัตราที่ใช้บริหารกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ราคาขายปลีกของน้ำมันแต่ละชนิด การระบุว่าได้รับเงินชดเชย 3.90 หรือ 5.82 บาทต่อลิตรจึงไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลงเท่าตัวเลขนั้น หรือผู้เติมน้ำมันจะได้รับเงินสดโดยตรง
สำหรับผู้ใช้รถ สิ่งที่ควรตรวจแยกกันคือชนิดน้ำมันที่รถรองรับ ราคาขายปลีกที่สถานีบริการประกาศ และวันที่มีผลของราคานั้น ไม่ควรใช้ตารางอัตรากองทุนแทนประกาศราคาขายปลีก
เงื่อนไขในประกาศ
ประกาศยังแยกดีเซลที่กรมธุรกิจพลังงานอนุญาตให้ผสมไบโอดีเซลต่ำกว่าเกณฑ์ออกเป็นอีกประเภท โดยกำหนดเงินส่งเข้ากองทุน 1 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลหมุนช้าและน้ำมันเตามีอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 1.20 บาทและ 0.06 บาทต่อลิตรตามลำดับ
ข้อกำหนดท้ายประกาศระบุขอบเขตของน้ำมันแต่ละประเภท รวมถึงน้ำมันพื้นฐานที่จะนำไปผสมต่อ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาประเภทและเงื่อนไขตามเอกสารฉบับเต็มประกอบ
