ไทย–UAE สรุปเจรจา CEPA คาดลงนามไตรมาสแรกปี 2570
ไทยและ UAE สรุปผลเจรจาความตกลง CEPA หลังหารือรอบที่ 5 เตรียมต่อยอดการค้าและการลงทุน โดยคาดลงนามไตรมาสแรกปี 2570 และยังต้องติดตามวันใช้บังคับ

ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ หรือ CEPA แล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ก่อนที่รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศของ UAE จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทยในวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อหารือการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ความคืบหน้านี้เกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกและผู้ประกอบการไทยที่ติดตามโอกาสเข้าถึงตลาดตะวันออกกลาง
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ทั้งสองประเทศเริ่มเจรจาตั้งแต่ปี 2566 และหาข้อสรุปร่วมกันได้ในการเจรจารอบที่ 5 ผ่านการประชุมทางไกลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยวันที่ 8 ตุลาคม ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศของ UAE เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมหารือด้วย
สรุปเจรจาแล้ว ขั้นต่อไปคือการลงนาม
แนวหน้ารายงานว่า สองฝ่ายคาดว่าจะลงนามความตกลงได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งตรงกับช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม กรอบเวลานี้เป็นสิ่งที่คาดไว้หลังการเจรจา ไม่ใช่วันที่ลงนามที่ประกาศแน่นอน
รายงานที่ตรวจสอบครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ หรืออัตราภาษีและระยะเวลาลดภาษีของสินค้าแต่ละรายการ ผู้ประกอบการจึงยังต้องติดตามรายละเอียดดังกล่าว เพื่อประเมินว่าโอกาสทางการค้าที่กล่าวถึงจะเริ่มใช้ได้เมื่อใดและครอบคลุมสินค้าของตนอย่างไร
สินค้าไทยและการลงทุนที่ถูกหยิบยก
กระทรวงพาณิชย์ยกกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะมีโอกาสส่งออกเพิ่ม เช่น อาหารปรุงแต่ง ทูน่ากระป๋อง ข้าว ผลไม้ อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องประดับ ยางล้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์กับส่วนประกอบ พร้อมระบุว่า UAE สนใจการลงทุนในไทยด้านพลังงาน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความสนใจที่รายงานยังไม่ได้ระบุมูลค่าการลงทุนที่ผูกพันสำหรับไทย
เดลินิวส์รายงานการหารือว่า นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความร่วมมือด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงโอกาสที่ภาคเอกชนไทยจะลงทุนใน UAE ขณะที่รัฐมนตรีฝ่าย UAE กล่าวถึงการเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานและการขยายการลงทุนระหว่างกัน
ฐานการค้าก่อนความตกลงใหม่
ข้อมูลปี 2568 ที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ในข่าวนี้สะท้อนว่า UAE เป็นคู่ค้ารายสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าการนำเข้าสูงกว่าการส่งออก ตัวเลขต่อไปนี้เป็นฐานการค้าในปีที่ผ่านมา จึงใช้เป็นบริบทของการเจรจา ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นจาก CEPA
| รายการ | มูลค่า |
|---|---|
| การค้ารวม | 21,259.72 |
| ไทยส่งออกไป UAE | 4,504.23 |
| ไทยนำเข้าจาก UAE | 16,755.49 |
สำหรับภาคธุรกิจไทย ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือวันลงนาม รายละเอียดสิทธิประโยชน์ และวันใช้บังคับ ความสำเร็จของการเจรจาเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสที่สองฝ่ายนำเสนอ ส่วนผลด้านยอดส่งออกและการลงทุนต้องดูจากการดำเนินงานจริงต่อไป
แหล่งที่มา
- นายกฯ ไทยต้อนรับรัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ UAE ยินดีสรุปเจรจา CEPA ไทย–UAE — กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
- นายกฯ ยินดี ไทย-UAE เจรจา CEPA สำเร็จ ปูทางสินค้าไทยบุกตลาดตะวันออกกลาง — แนวหน้า
- ไทย–UAE เจรจา CEPA สำเร็จ ปูทางสินค้าไทยไปตลาดตะวันออกกลาง — เดลินิวส์