25 ต.ค. 2569
ข่าว · บริบท · มุมมอง
ไทย

มองข่าวอย่างเข้าใจ
มีบริบท ชัดเจน ตรวจสอบได้

ประเด็นร้อน ข่าวและกระแสทิศทางโลก

มก. แจงกะเพราพันธุ์เดิมยังปลูก–ขายได้ ชี้การคุ้มครองแก้วจุรีครอบคลุมเฉพาะพันธุ์ใหม่

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ร่วมวิจัยกับซีพีแรม ชี้แจงว่าการคุ้มครองแก้วจุรี 01–04 ไม่ครอบคลุมกะเพราพื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไป ประชาชนยังเก็บใบขาย ทำอาหาร และเก็บเมล็ดพันธุ์เดิมไว้ปลูกต่อได้

ภาพคอลลาจจากภาพกะเพราและตรามหาวิทยาลัยที่แนบจากมติชน พร้อมข้อความอ้างคำชี้แจงว่าพันธุ์เดิมยังปลูกขายได้ ไม่ได้ยืนยันพันธุ์ของต้นในภาพ
ภาพคอลลาจช่วยจัดทำด้วยAI ใช้ภาพประกอบกะเพราและตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากมติชนออนไลน์ที่แนบสำหรับข่าวนี้ โดยคงเครดิตต้นทาง ภาพลายเส้นเป็นองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ภาพการทดลอง และภาพกะเพราไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแก้วจุรีรหัสใด เครดิตภาพ: มติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/refe11-fa.jpg

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้แจงกรณีความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ “แก้วจุรี 01–04” โดยระบุว่า ประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์เดิม เก็บใบขาย ทำอาหาร และเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ

คำชี้แจงเผยแพร่ผ่านเพจทางการของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ร่วมทำวิจัยกับบริษัท ซีพีแรม จำกัด และอ้างข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน

ขอบเขตที่มหาวิทยาลัยอธิบาย

มหาวิทยาลัยระบุว่า การคุ้มครองที่เป็นประเด็นครอบคลุมเฉพาะกะเพราพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 ไม่ครอบคลุมกะเพราพื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่ปลูกกะเพราพันธุ์เดิมอยู่แล้ว คำชี้แจงระบุว่ายังใช้ประโยชน์จากต้นและเมล็ดพันธุ์เดิมได้ รวมถึงการขายใบและนำไปทำอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปซื้อเมล็ดจากบริษัท ข้อความนี้จึงแยกระหว่างการใช้กะเพราทั่วไปกับพันธุ์ใหม่สี่พันธุ์ที่กำลังเป็นประเด็น

งานวิจัยพัฒนาลักษณะใด

มหาวิทยาลัยอธิบายว่างานวิจัยดำเนินการระหว่างปี 2563–2566 เพื่อแก้โจทย์วัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ขนาดใบ กลิ่นหอม และลักษณะที่เหมาะกับการนำไปแปรรูป

กระบวนการที่คำชี้แจงกล่าวถึงคือการปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับเทคนิคเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม แล้วคัดเลือกต้นที่มีลักษณะเหมาะกับการใช้งาน จนได้พันธุ์ใหม่สี่พันธุ์ มหาวิทยาลัยระบุว่าซีพีแรมนำพันธุ์เหล่านี้ไปจดทะเบียนคุ้มครองกับกรมวิชาการเกษตร

สิ่งที่ผู้ปลูกกะเพราทั่วไปควรแยกให้ชัด

สาระที่เกี่ยวกับผู้ปลูกทั่วไปในคำชี้แจงคือ พันธุ์เดิมยังปลูกและใช้ประโยชน์ได้ ส่วนรายละเอียดขอบเขตสิทธิของพันธุ์ใหม่แต่ละรหัสต้องพิจารณาจากเอกสารการคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้ชื่อ “กะเพรา” เพียงคำเดียวแทนการตรวจว่าพันธุ์ใดเป็นประเด็น

มหาวิทยาลัยยังมองว่างานวิจัยช่วยเพิ่มองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรเชื่อมต่อกับตลาดรับซื้อวัตถุดิบผ่านเครือข่าย ขณะที่ผู้บริโภคยังมีทางเลือกซื้อกะเพราพันธุ์ทั่วไปในตลาดได้เหมือนเดิม ทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยอธิบายไว้ในคำชี้แจง

แหล่งที่มา

  1. คำชี้แจงกรณีกะเพราแก้วจุรี 01–04 และการใช้กะเพราพันธุ์เดิม ผ่านเพจ Kasetsart University — มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์